Input your search keywords and press Enter.

ส่งแล้ว Pfizer รอบ 2 ครบ 7 แสนโดส ย้ำไม่เลือกฉีดเคส VIP หากพบเบาะแสฉีดผิดกลุ่มเป้าหมายแจ้งได้ทันที

วานนี้ (12 สิงหาคม 2564) น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีน Pfizer เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ว่าการจัดสรรโควตาวัคซีน Pfizer 7 แสนโดส สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในพื้นที่ 77 จังหวัด ได้มีการจัดส่งวัคซีนแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกจัดส่งระหว่างวันที่ 4-5 สิงหาคม จำนวน 442,800 โดส รอบที่ 2 ทยอยจัดส่งตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม จำนวน 257,200 โดส และคาดว่าจะถึงทุกพื้นที่ไม่เกินวันที่ 14 สิงหาคมนี้ 

ส่วนหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีน Pfizer 7 แสนโดส อ้างอิงมาจากฐานข้อมูลระบบกระทรวงสาธารณสุข (MOPH-IC) ที่มีประวัติการฉีดวัคซีน Sinovac ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 22 มิถุนายน 2564 เนื่องจากวัคซีน Sinovac เป็นวัคซีนหลักที่ฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดในช่วงแรก โดยไม่แยกว่าเป็นด่านหน้าหรือกลุ่มสนับสนุน

น.พ.โอภาส กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดส่งวัคซีนไปในพื้นที่ทั้ง 2 รอบ โดยห่างกัน 1 สัปดาห์ ซึ่งรอบแรกมีหลักเกณฑ์โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำรวจผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีน Pfizer เข็มกระตุ้น และให้ส่งข้อมูลกลับมาภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ซึ่งพบว่าข้อมูลที่สำรวจมีความหลากหลาย เช่น ไม่สอดคล้องกับจำนวนบุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีน Sinovac ในฐานข้อมูล และหลายจังหวัดส่งข้อมูลกลับมาเลยเวลาที่กำหนด อีกทั้งมีบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 2 แสนรายได้รับการฉีดวัคซีน AstraZeneca เข็มกระตุ้นไปแล้ว นอกจากนี้เมื่อเก็บวัคซีน Pfizer ในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะมีอายุได้ 1 เดือน หากต้องการฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 2 จะต้องฉีดห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์ ก่อนวัคซีนจะเสื่อมสภาพ

ดังนั้นการจัดส่งวัคซีน Pfizer ในรอบแรกจึงต้องส่งให้ครบตามจำนวนที่ต้องการในแต่ละพื้นที่ ส่วนจังหวัดที่ไม่ได้แจ้งความประสงค์หรือแจ้งมาไม่ถึงร้อยละ 50 ของจำนวนบุคลากร ก็ยังจัดส่งวัคซีนให้ร้อยละ 50 ของจำนวนบุคลากร เนื่องจากเข้าใจถึงความยุ่งยากในการประสานงาน ส่วนจังหวัดที่ต้องการมากกว่าร้อยละ 50-74 ของจำนวนบุคลากร จะจัดสรรให้ตามที่แจ้งมา สำหรับจังหวัดที่แจ้งความประสงค์มาเกินร้อยละ 75 จะจัดส่งให้ร้อยละ 75 ก่อน เพื่อตรวจสอบจำนวนให้ชัดเจน เพราะหากวัคซีนเหลือในพื้นที่จะยากต่อการบริหารจัดการ ซึ่งหากเปลี่ยนไปฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 608 จะไม่สามารถบริหารวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ และกลุ่มเสี่ยงก็จะได้รับวัคซีนรอบ 2 ในสัปดาห์ถัดไปอยู่แล้ว

“ขณะนี้ได้ทยอยส่งวัคซีน Pfizer ให้โรงพยาบาลใหญ่ๆ โรงเรียนแพทย์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เนื่องจากทราบดีว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีบุคลากรทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก และได้จัดส่งวัคซีนที่เหลือแต่ละจังหวัดให้ครบตามจำนวนในระบบฐานข้อมูลแล้ว คาดว่าวัคซีนจะถึงพื้นที่ทั้งหมดไม่เกินวันที่ 14 สิงหาคม 2564 นี้ ซึ่งได้แนบเอกสารการกระจายวัคซีน Pfizer 7 แสนโดส ว่าส่งไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง 

ส่วนการจัดสรรจากโรงพยาบาลจังหวัด สสจ. จะจัดสรรไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ถือเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ยืนยันว่าไม่มีการสต๊อกวัคซีนไว้ที่กรมควบคุมโรค และไม่มีการเลือกฉีดให้กับเคส VIP ใดๆ ทั้งสิ้น หากพบเบาะแสการนำวัคซีนไปฉีดผิดกลุ่มเป้าหมาย ขอให้แจ้งกระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์บริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0 2590 2876-7

ที่มาของข่าว: เว็บไซต์ The Standard

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *