Input your search keywords and press Enter.

ด่วน! ศบค.ชุดใหญ่ เคาะขยายล็อกดาวน์เพิ่มอีก 14 วัน เพิ่มอีก 16 จังหวัดเป็นสีแดงเข้มควมคุมสูงสุด

ภายหลังจากที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. หรือ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ ในเวลา 13.30 น.

วาระการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด เนื่งจากมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้มตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และมีการขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 2 สิงหาคม นี้

ทว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่คลี่คลาย เพราะยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีกในทุกๆ วัน ซึ่งเบื้องต้นศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือ ศปก.ศบค. ได้พิจารณาถึงข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

1. ให้คงมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ที่มีความรุนแรงของการระบาดต่อไป

2. เบื้องต้นจะเสนอให้ ศบค. พิจารณาล็อกดาวน์พื้นที่สีแดงเข้มต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 14 วัน

3. หารือถึงเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด 19 เพิ่มขึ้นให้กับแรงงานในภาคการผลิต เนื่องจากรายงานกระทรวงสาธารณสุขพบว่าการแพร่ระบาดในขณะนี้มีการระบาดในโรงงานหลายแห่งโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก – ต้องมีการปรับแผนการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมโรงงานด้วย เพื่อให้ภาคการผลิตยังสามารถเดินหน้าไปได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค

ล่าสุด ศบค.ชุดใหญ่ได้เคาะขยายล็อกดาวน์ อีก 14 วัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาถึงมาตรการควบคุมการระบาดโควิด พร้อมทั้งหารือส่วนที่ยังต้องดำเนินการแก้ไข มีการรายงานสถานการณ์ รวมถึงการคาดการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อในช่วงล็อกดาวน์

และจากการตรวจสอบก็พบว่า ผู้ติดเชื้อในกทม.ลดลง แต่ต่างจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงการระบาดในประเทศ ณ ขณะนี้ที่เป็นเชื้อสายพันธุ์เดลต้า เพราะขนาดสหรัฐอเมริกา ที่กำลังเผชิญการระบาดอยู่ วัคซีนที่มีก็ยังควบคุมไม่อยู่

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีมติขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จากเดิม 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ดังนี้

1.กรุงเทพมหานคร

2.กาญจนบุรี

3.ชลบุรี

4.ฉะเชิงเทรา

5.ตาก

6.นครปฐม

7.นครนายก

8.นครราชสีมา

9.นราธิวาส

10.นนทบุรี

11.ปทุมธานี

12.ประจวบคีรีขันธ์

13.ปราจีนบุรี

14.ปัตตานี

15.พระนครศรีอยุธยา

16.เพชรบุรี

17.เพชรบูณ์

18.ยะลา

19.ระยอง

20.ราชบุรี

21.ลพบุรี

22.สงขลา

23.สิงห์บุรี

24.สมุทรปราการ

25.สมุทรสงคราม

26.สมุทรสาคร

27.สระบุรี

28.สุพรรณบุรี

29.อ่างทอง

โดยที่ประชุม ศบค. นายกรัฐมนตรี ได้รายงานที่ประชุมให้ทราบถึงการเตรียมการรับวัคซีน สปุตนิก วี จากรัสเซีย ซึ่งจะเร่งในเรื่องของเอกสารกับทางฝั่งบริษัทผู้ผลิต เพื่อนำมาเร่งฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าอย่างเร็วที่สุด

หลังจากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ ยังได้กำชับเรื่องการใช้ Antigent test kit หรือชุดตรวจโควิดด้วยตนเองว่า ต้องรัดกุม และเชื่อมต่อข้อมูลกับทางโรงพยาบาลต่างๆ และที่สำคัญต้องควบคุมราคาให้มีความเหมาะสม และมีคุณภาพ ขณะที่สิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ให้มีการเบิกจ่ายให้เร็ว และกำลังพิจารณาสิทธิพิเศษหากจำเป็น

ต่อมา ทางกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์การป่วยติดเชื้อโควิด 19 พร้อมทั้งยกตัวอย่างในหลายประเทศที่ยังมีผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น อาทิ สหรัฐอเมริกา ที่เชื้อสายพันธุ์เดลตากำลังระบาด ส่วนในประเทศไทยมีการรายงานว่า ผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานครนั้น ตัวเลขเริ่มลดลง แต่ในส่วนของต่างจังหวัดกลับเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ภาพรวมประเทศไทยการติดเชื้อจะสูงอีก 1-2 เดือน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้สื่อสารกับประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกกับเชื้อสายพันธุ์เดลตา

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการ ล็อกดาวน์ ที่ได้บังคับใช้ไปนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานตัวเลขคาดการณ์การล็อกดาวน์ มีประสิทธิภาพ 25% เป็นเวลานาน 2 เดือน พร้อมกับเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุถึงเป้าหมายใน 1-2 เดือน ผู้ติดเชื้อจะไม่ถึงระดับ 15,000 คน แต่สถานการณ์จริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น และยังมีตัวเลขคาดการณ์ด้วยว่า ถ้าการ ล็อกดาวน์ มีประสิทธิภาพ 20% ผู้ติดเชื้อจะอยู่ระดับ 25,000-30,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า การระบาดในโรงงานสู่ชุมชนค่อนข้างสูง ด้าน นายกฯ จึงสั่งการให้ตรวจเข้ม เพราะไม่ทำตามมาตรการบัลเบิ้ลแอนด์ซีล พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังระบุในที่ประชุมว่า เป็นห่วงเรื่องการระบาดโควิดในที่ชุมนุม

ที่มาของข่าว: เว็บไซต์ ThaiNews Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *